ครอบครองที่ดินที่มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์(นส.3) มีผู้อื่นนำไปออกโฉนด
ครอบครองที่ดินที่มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์(นส.3) มีผู้อื่นนำไปออกโฉนด ต้องจัดหนักหรือจัดเบาเพื่อเอาอยู่?
หลายคนอาจเคยเจอเหตุการณ์ "ซื้อที่ดินด้วยความไว้ใจ" ทำสัญญากันเอง ส่งมอบเงินและที่ดินกันเรียบร้อย แต่ไม่ได้ไปจดทะเบียนโอนสิทธิที่สำนักงานที่ดิน เวลาผ่านไปกลับพบว่ามีชื่อบุคคลอื่นในที่ดินแปลงเดียวกัน เช่น โดยนำเอกสาร นส.3 ก. ผืนนั้นไปขอออกโฉนด! หรือนำไปขายต่อเป็นทอด ๆ ขายเอกสารแต่ไม่ได้ครอบครองจริงๆ
วันนี้เราจะมาเจาะลึกกันว่า นส.3 คืออะไร? และถ้าเกิดปัญหา "โดนออกโฉนดทับ" เราจะใช้ข้อกฎหมายเรื่องไหนจัดการกับผู้สร้างปัญหา
มาทำความรู้จัก "นส.3 กันเถอะ
ไม่ใช่มีเฉพาะนส.3 แต่จะมี นส.3ก,นส.3ข ซึ่งต่างกันเพียงรายละเอียด แต่ก็เป็นหนังสือรับรองการทำประโยชน์เหมือนกันไม่ใช่นางสาว 3 คนแน่นอน ดังนั้น นส.3, นส3ก,หรือ นส.3ข คือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในที่ดินที่รัฐออกให้ โดยรัฐรับรองเพื่อคุ้มครองการที่ประชาชนใช้ประโยชน์ตามข้อเท็จจริง คือมีการครอบครองทำประโยชน์จริงๆ แต่ยังไม่สมบูรณ์เป็นกรรมสิทธิ์เหมือนโฉนดแต่ก็ไม่สิ้นสิทธิในตัวเอง เมื่อเป็นทรัพย์ที่มีทะเบียนจึงสามารถจดทะเบียนจำหน่ายจ่ายโอนชื้อขายได้รวมถึงจดทะเบียนจำนองได้ แต่ๆ! แม้การชื้อขายโดยไม่ได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายเป็นโมฆะ เมื่อผู้ขายทำสัญญาชื้อขายและส่งมอบที่ดินและผู้ชื้อเข้าครอบครองทำประโยชน์แล้ว ผู้ชื้อจึงเป็นเจ้าของด้วยการครอบครองตามกฎหมายอีกเรื่องหนึ่งแม้จะเป็นกฎหมาย ป.พ.พ.เล่มเดียวกันแต่เป็นคนละเรื่องคนละมาตรา ดังนั้นบุคคลใดจะมาอ้างสิทธิ์หรือก่อการรบกวน,นำไปแสวงหาประโยชน์หรือทำละเมิดในที่ดินที่ครอบครองนั้นไม่ได้
ฉะนั้นการที่บุคคลใดก็ตามได้เฉพาะเอกสารสิทธิที่ดินที่มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ไปจะได้โดยวิธีใดก็ตามและไม่ได้เข้ามาครอบครองทำประโยชน์มาก่อน แล้วนำเอกสารที่ดินผืนนั้นไปขายหรือไปขอออกโฉนดทับที่ดินที่ผู้ชื้อได้ครอบครองอยู่ก่อนแล้ว เป็นกระทำที่มิชอบด้วยกฎหมาย ความผิดสิ่งแรกการกระทำคือ เมื่อดำเนินการขอออกโฉนด ต้องแจ้งข้อเท็จให้เจ้าพนักงานทราบเกี่ยวกับที่ดินนั้นว่าเป็นมาอย่างไร หากผู้แจ้งไม่ได้ครอบครองและรู้อยู่ว่ามีผู้อื่นครอบครองเป็นเจ้าของและแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจหน้าที่ในขณะนั้นจึงเป็นความผิดฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงานตาม ป.อาญามาตรา 137 มีโทษจำคุก และเมื่อลุเจตนาแล้ว
"ออกโฉนดทับ" ที่เจ้าของเขาครอบครองอยู่ทางแก้คือ?
ฟ้องจ้าา ไม่ใช้ร้องฯ ต้องฟ้องเพิกถอนโฉนดที่ดินที่ออกโดยมิชอบทั้งแปลงหรือเฉพาะส่วนที่ออกทับเพราะเป็นการออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเพิกถอนตาม ป.ที่ดิน มาตรา 61 หากมีการนำไปจำนองหรือขายฝากกับบุคคลอื่นก็ต้องฟ้องผู้รับจำนองหรือผู้รับชื้อฝากไปด้วยเช่น ผู้มีชื่อในโฉนดเป็นจำเลยที่ 1 ผู้รับจำนองหรือผู้รับชื้อฝากเป็นจำเลยที่ 2 ขอให้เพิกถอนโฉนดที่ดิน,เพิกถอนสัญญาจำนอง ผลก็ทำให้คู่สัญญานั้นกลับสู่สภาพเดิมสลายไปทั้งหมดทั้งทีม
และการกระทำของผู้ออกโฉนดทับนั้นจะเป็นจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างไรก็ตามเป็นเหตุให้เกิดความเสียหาย ก็เรียกค่าเสียหายเป็นเงินไปด้วย และเมื่อศาลมีคำพิพากษาแล้วก็นำคำพิพากษานั้นไปแก้ไขจัดการทางทะเบียนต่อไป เมื่อฟ้องแล้วคนที่ถูกฟ้องไม่พอใจไม่ให้ความร่วมมืออะไรเลย ไม่ไปดำเนินการแก้ไขทางทะเบียนให้เฉยลอยอยู่เหนือปัญหา นั่นเป็นเรื่องปกติไม่เป็นไร ในชั้นบังคับคดีให้นำคำพิพากษาไปทำนิติกรรมแทนการแสดงเจตนาของผู้ถูกฟ้องได้เลย
หากเป็นกรณีที่เจ้าพนักงานกระทำโดยประมาทเลินเล่อหรือละเลยต่อหน้าที่เป็นเหตุให้เกิดการออกโฉนดทับ,หรือเพิ่มภาระแก่เจ้าของก็สามารถฟ้องหน่วยงานที่เจ้าพนักงานสังกัดอยู่ได้ทางศาลปกครอง
เมื่อฟังคำแนะนำจบประโยคสนทนา, คุณป้าใจสวยกับคุณลุงใจดี นั่งฟังและถามทนายต่อว่า ?
แล้วความเสียหายล่ะ! เขาจะเป็นอย่างไร? ถ้าฟ้องเพิกถอนโฉนดและสัญญาจำนอง,หรือสัญญาขายฝาก เขาคงลำบากแน่เลยเขาต้องคืนเงินทั้งหมดกับเจ้าหนี้ใช่ไหม? และถ้าฟ้องเจ้าหน้าที่ แล้วหน้าที่การงานเขาจะสะดุดหรือเติบโตไหม ?
อึม! ทนายมองแววตาลุงกับป้า ช่างมีใจสดใจเหลือเกินแม้ถูกรังแกเบียดเบียน ยังคิดแทนและห่วงใยความทุกข์ของผู้อื่นที่จะเกิดในอนาคตอีก.
สุดท้ายด้วยความสงสารและใจสดใส ของลุงกับป้าไม่ฟ้อง! แต่กลับไปใช้คำร้องฯ สิ่งที่ได้มาไม่คุ้มกับความเสียหายของตนเองเลย! เรื่องนี้สอนให้ลุงและป้ารู้ว่า
"ถ้าจะรบต้องไม่สงสารข้าศึก ไม่ใช่ไม่มีทักษะในการรบ, แต่เพราะใจเป็นเหตุ"
ตามความเป็นจริงในต่างจังหวัด บริบทการใช้ชีวิตจะเกื้อกูลกันแต่คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ จิตมนุษย์ยากแท้หยั่งถึง มีกรณีเกิดขึ้นมากมายเกิดปัญหาขึ้นประชาชนต้องเสียเวลาเสียค่าใช้จ่ายแก้ปัญหากันเอง สุดท้ายต้องแบกปัญหาไปขอบารมีศาลเป็นที่พึ่งเป็นภาระของศาล จะดีกว่านี้ไหมถ้าทุกคนทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด รับผิดชอบในสิ่งที่ตนทำ เมื่อพลาดต้องแก้ไขไม่พลักภาระให้ใคร ลดอีโก้ ยอมรับความจริงเข้าใจความต่างและใช้อำนาจให้เกิดประโยชน์สูงสุดในเนื้องานและหน้าที่ตามเจตนารมย์แท้จริงของนโยบายรัฐ ดอกไม้คงแบ่งบานในถดูแล้งแน่นอน!.

แสดงความคิดเห็น